ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์[ตอน4]
posted on 13 May 2009 23:10 by arnuza
พระราชบัญญัติ
หมวด ๒
พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีที่มีเหตุ
อันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจอย่าง
หนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เฉพาะที่จําเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทํา
ความผิดและหาตัวผู้กระทําความผิด
(๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติ
นี้มาเพื่อให้ถ้อยคําส่งคําชี้แจงเป็นหนังสือหรือส่งเอกสารข้อมูลหรือหลักฐานอื่นใดที่อยู่ในรูปแบบ
ที่สามารถเข้าใจได
(๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารผ่านระบบ
คอมพิวเตอร์หรือจากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือที่อยู่
ในความครอบครองหรือควบคุมของผู้ให้บริการให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
(๔) ทําสําเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มี
เหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร
นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครองของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๕) สั่งให้บุคคลซึ่งครอบครองหรือควบคุมข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช
เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดังกล่าวให้ แก่พนักงานเจ้าหน้าที่
(๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร
หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอรของบุคคลใดอันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐาน
เกี่ยวกับการกระทําความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําความผิดและสั่งให้บุคคลนั้น
ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จําเป็นให้ด้วยก็ได
(๗) ถอดรหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใดหรือสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการ
เข้ารหัสลับของข้อมูลคอมพิวเตอร์ทําการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่
ในการถอดรหัสลับดังกล่าว
(๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จําเป็นเฉพาะเพื่อประโยชนในการทราบรายละเอียด
แห่งความผิดและผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๙ การใช้อํานาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ(๘)
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยื่นคําร้องต่อศาลที่มีเขตอํานาจเพื่อมีคําสั่งอนุญาตใหพนักงานเจ้าหน้าที่
ดําเนินการตามคําร้อง ทั้งนี้คําร้องต้องระบุเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทําหรือกําลังจะกระทําการ
อย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เหตุที่ต้องใชอํานาจ ลักษณะของ
การกระทําความผิด รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณที่ใช้ในการกระทําความผิดและผู้กระทําความผิด
เท่าที่สามารถจะระบุได้ประกอบคําร้องด้วยในการพิจารณาคําร้องใหศาลพิจารณาคําร้องดังกล่าว
โดยเร็วเมื่อศาลมีคําสั่งอนุญาตแล้ว ก่อนดําเนินการตามคําสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสําเนา
บันทึกเหตุอันควรเชื่อที่ทําให้ต้องใช้อํานาจตามมาตรา๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให
เจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบคอมพิวเตอรนั้นไว้เป็นหลักฐานแต่ถ้าไม่มีเจ้าของหรือผู้ครอบครอง
เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ ณ ที่นั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งมอบสําเนาบันทึกนั้นให้แก่เจ้าของหรือผู
ครอบครองดังกล่าวในทันทีที่กระทําได
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นหัวหน้าในการดําเนินการตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)
ส่งสําเนาบันทึกรายละเอียดการดําเนินการและเหตุผลแห่งการดําเนินการใหศาลที่มีเขตอํานาจ
ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาลงมือดําเนินการ เพื่อเป็นหลักฐาน การทําสําเนาข้อมูล
คอมพิวเตอรตามมาตรา ๑๘ (๔) ให้กระทําได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทํา
ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องไม่เป็นอุปสรรคในการดําเนินกิจการของ เจ้าของหรือผู
ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอรนั้นเกินความจําเป็นการยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจาก
จะต้องส่งมอบสําเนาหนังสือแสดงการยึดหรืออายัดมอบใหเจ้าของหรือผู้ครอบครองระบบ
คอมพิวเตอร์นั้นไว้เป็นหลักฐานแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งยึดหรืออายัดไวเกินสามสิบวันมิได
ในกรณีจําเป็นที่ต้องยึดหรืออายัดไวนานกว่านั้นให้ยื่นคําร้องต่อศาลที่มีเขตอํานาจเพื่อขอขยาย
เวลายึดหรืออายัดได้แต่ศาลจะอนุญาตใหขยายเวลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันได
อีกไม่เกินหกสิบวันเมื่อหมดความจําเป็นที่จะยึดหรืออายัดหรือครบกําหนดเวลาดังกล่าวแล้ว
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งคืนระบบคอมพิวเตอรที่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลันหนังสือแสดง
การยึดหรืออายัดตามวรรคห้าให้เป็นไปตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๐ ในกรณีที่การกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการทําให้แพร่หลาย
ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอรที่อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามที่กําหนดไว
ในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑แห่งประมวลกฎหมายอาญาหรือที่มีลักษณะขัดต่อความ
สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน พนักงานเจ้าหน้าที่โดยไดรับความเห็นชอบจาก
รัฐมนตรีอาจยื่นคําร้องพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลที่มีเขตอํานาจขอใหมีคําสั่งระงับการทําให
แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอรนั้นได้ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งให้ระงับการทําใหแพรหลายซึ่งข้อมูล
คอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่งใหพนักงานเจ้าหน้าที่ทําการระงับการทําให้แพร่หลายนั้นเอง หรือสั่งให
ผู้ให้บริการระงับการทําให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได
มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดมีชุดคําสั่งไม่พึงประสงค์รวมอยู
ด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่อาจยื่นคําร้องต่อศาลที่มีเขตอํานาจเพื่อขอใหมีคําสั่งห้ามจําหน่ายหรือเผยแพร่
หรือสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอรนั้นระงับการใช้ทําลายหรือแก้ไขข้อมูล
คอมพิวเตอร์นั้นได้ หรือจะกําหนดเงื่อนไขในการใช้มีไว้ในครอบครองหรือเผยแพร่ชุดคําสั่งไม
พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้ชุดคําสั่งไม่พึงประสงคตามวรรคหนึ่งหมายถึงชุดคําสั่งที่มีผลทําให
ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอรหรือชุดคําสั่งอื่นเกิดความเสียหายถูกทําลาย ถูกแก้ไข
เปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมขัดข้องหรือปฏิบัติงานไม่ตรงตามคําสั่งที่กําหนดไว้หรือโดยประการ
อื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้เว้นแต่เป็นชุดคําสั่งที่มุ่งหมายในการป้องกันหรือแก้ไข
ชุดคําสั่งดังกล่าวข้างต้นตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๒๒ ห้ามมิใหพนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอรข้อมูลจราจร
ทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ได้ มาตามมาตรา ๑๘ ใหแก่บุคคลใด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการกระทําเพื่อประโยชนในการดําเนินคดีกับผู้กระทําความผิด
ตามพระราชบัญญัตินี้หรือเพื่อประโยชน์ในการดําเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้
อํานาจหน้าที่ โดยมิชอบหรือเป็นการกระทําตามคําสั่งหรือที่ได้รับอนุญาตจากศาลพนักงาน
เจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคหนึ่งต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรูข้อมูลคอมพิวเตอร
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ ที่ไดมาตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษ
จําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ