ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์[ตอน5]
posted on 13 May 2009 23:53 by arnuza
มาตรา ๒๔ ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลของผู้ใช้บริการ
ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ไดมาตามมาตรา ๑๘ และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษ
จําคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๒๕ ข้อมูลข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได
มาตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยานได้แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้น
จากการจูงใจมีคํามั่นสัญญาขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น
มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอรไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่
วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แต่ในกรณีจําเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการ
ผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอรไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษ
เฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จําเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัว
ผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต
การใช้บริการสิ้นสุดลง
ความในวรรคหนึ่งจะใช้กับผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไรและเมื่อใดให้เป็นไปตาม
ที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาผู้ให้บริการผู้ใดไมปฏิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษ
ปรับไม่เกินห้าแสนบาท
มาตรา ๒๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา ๑๘
หรือมาตรา ๒๐ หรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของศาลตามมาตรา ๒๑ ต้องระวางโทษปรับไม
เกินสองแสนบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละห้าพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
มาตรา ๒๘ การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู
และความชํานาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอรและมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกําหนด
มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่าย
ปกครองหรือตํารวจชั้นผู้ใหญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอํานาจรับคําร้องทุกข
หรือรับคํากล่าวโทษ และมีอํานาจในการสืบสวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ในการจับควบคุมค้นการทําสํานวนสอบสวนและดําเนินคดีผูกระทําความผิดตาม
พระราชบัญญัตินี้บรรดาที่เป็นอํานาจของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจชั้นผู้ใหญ
หรือพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ประสานงานกับพนักงานสอบสวนผูรับผิดชอบเพื่อดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ต่อไป
ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติและรัฐมนตรีมีอํานาจ
ร่วมกันกําหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดําเนินการตามวรรคสอง
มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจําตัวต่อบุคคลซึ่งเกี่ยว
ข้องบัตรประจําตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ใหเป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอกสุรยุทธ จุลานนท
นายกรัฐมนตรี