มาทำความรู้จัก:นางพญาเสือโคร่ง
posted on 27 May 2009 15:41 by arnuza

![]()
นางพญาเสือโคร่ง
ชื่อพันธุ์ไม้ นางพญาเสือโคร่ง
ชื่อสามัญ (ไทย) ฉวีวรรณ (ภาคเหนือ) เส่คาแว่ เส่แผ่ แส่ลาแหล (กะเหรี่ยง เชียงใหม่)
ซากุระดอย(เชียงใหม่)
(อังกฤษ) -
ชื่อวิทยาศาตร์ Prunus cerasoides D. Don
ชื่อวงศ์ Rosaceae
การกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ
นางพญาเสือโคร่ง เป็นพรรณไม้ที่มีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติ
อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน พบอยู่กในป่าที่ระดับ
ความสูง 500-1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ในประเทศไทย พบขึ้นตามภูเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล
1,00-2,000 เมตร เช่น บนดอยอินทนนท์ ดอยเชียงดาว ฯลฯ
ลักษณะทางวัฒวิทยา
นางพญาเสือโคร่งเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดเล็ก มีความสูง
ประมาณ 10-15 เมตร ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว ลักษณะรูปรีแบบไข่
หรือไข่กลับ ออกสลับกัน ใบมีความกว้าง 3-5 เซนติเมตร
ยาว 5 -12 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือสอบแคบ
ขอบจักปลายก้านใบมีต่อม 2-4 ต่อม หูใบแตกแขนงคล้ายเขากวาง
ใบร่วงง่าย ดอก สีขาว ชมพู หรือ ออกเป็นช่อกระจุกใกล้ปลายกิ่ง
ก้านดอกยาว 0.7-2 เซนติเมตร ขอบริ้วประดับจักไม่เป็นระเบียบ
กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอกมี 5 กลีบ เมื่อบานขนาดโต
เส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ผล รูปไข่หรือกลม
ยาว 1-1.5 เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดง ระยะเวลาออกดอก
ออกดอระหว่างดือนธันวาคมจนถึงกุมภาพันธ์ โดยจะทิ้งใบก่อนออกดอก
การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์โดยเมล็ด
การปลูก การเจริญเติบโตและการปรับปรุงพันธุ์
ได้มีการปลูกนางพญาเสือโคร่งบนพื้นที่ต้นน้ำลำธารมาเป็นเวลา 10 ปี
แล้วปรากฎว่าได้ผลดี เป็นไม้ที่มีความเหมาะสมในการที่จะขึ้นอยู่ในพื้น
ที่ผ่านการทำไร่เลื่อนลอยบนพื้นที่สูงแต่ไม่ควรปลูกบนพื้นที่ซึ่งมีลมพัด
จะทำให้กิ่งก้านหักได้ง่าย
วิวัฒนวิธีและการจัดการ
ยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับวนวัฒนวิธีและการจัดการที่เหมาะสม
การใช้ประโยชน์
ผลของพญาเสือโคร่งสามารถนำมารับประทานได้ มีรสเปรี้ยว
ส่วนเนื้อไม้และการใช้ประโยชน์ ด้านอื่นยังไม่มีการบันทึกข้อมูลไว้
นอกจากการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากมีดอกสวยงาม
![]()
![]()
![]()
![]()
#1 By *~+เมื่อดอกไม้ผลิบาน ความหวานเริ่มผลิใบ+~* on 2009-05-27 16:11